ถอดรหัสผ่านด้วย Password Recovery

Posted In Tip-สาระน่ารู้ - By admin On Thursday, October 27th, 2011 With 0 Comments

ถอดรหัสผ่านด้วย

สำหรับเทคนิคการสร้างความปลอดภัยและนิยมกันมากที่สุด ก็คือ การตั้งรหัส

ผ่าน หรือ Password ซึ่งถือเป็นหลักการของความปลอดภัยเบื้องต้นที่ทุกคน

เข้าใจและทำได้


และเนื่องจากการตั้งรหัสผ่านเป็นกระบวนการที่ทำกันได้ง่ายๆ สามารถนำไป

ประยุกต์ใช้กันในหลายๆ รูปแบบ ไม่เพียงแค่การใช้รหัสผ่านในการล็อกอินเพื่อ

เข้าระบบเท่านั้น


แต่ยังใช้สำหรับปกป้องไฟล์หรือข้อมูลต่างๆ เช่น ใส่รหัสผ่านให้กับไฟล์ ZIPหรือ เพื่อป้องกันข้อมูล

ภายใน ใส่รหัสผ่านให้กับไฟล์เอกสารอย่าง . doc หรือ . xls เพื่อป้องกันการแก้ไข


แต่อย่างไรก็ตาม การใส่รหัสผ่านให้กับเอกสารหรือข้อมูลต่างๆ นั้น แม้จะช่วยปกป้องเอกสารจากการ

ขโมยได้ แต่อีกด้านหนึ่ง การใส่รหัสผ่านที่ซับซ้อนมากๆด้วยหวังว่าให้ข้อมูลภายในปลอดภัยสุดๆ แต่ก็

อาจเป็นดาบที่ย้อนกลับแทงใส่เจ้าของไฟล์ข้อมูลได้ เพราะถ้าหากคุณเกิดลืมรหัสผ่านที่อุตส่าห์ตั้ง

ไว้อย่างซับซ้อนขึ้นมาล่ะก็เป็นเรื่อง


วันนี้มีวิธีที่จะถอดรหัสนั้นออกมา โดยใช้โปรแกรม Advanced RAR Password Recovery ซึ่งในที่

นี้จะเรียกย่อๆว่า ARPR


สำหรับการถอดรหัสโดยใช้ ARPR นั้นเวลาที่จะใช้ถอดรหัสจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับ เครื่องคอมพิว

เตอร์ของท่านว่าจะมีความเร็วในการประมวลผลมากแค่ไหน กับความยาวและความซับซ้อนของ

รหัสที่ตั้งไว้รหัสยิ่งยาวและซับซ้อนเวลาที่จะใช้ในการค้นหาก็จะยิ่งใช้มากตามไป ซึ่งหากรหัสยาว

และซ้อนมาก


อาจต้องใช้เวลาหลาย ชม. หลายวัน หลายเดือน หรือถึงปี นั่นก็้แล้วแต่คุณหละว่าจะอดทนรอได้ถึง

หรือเปล่าแต่สำหรับรหัสที่ไม่ยาวและซับซ้อนนักโปรแกรมนี้จะช่วยคุณหาได้ในเวลาไม่นาน


1. เข้าโปรแกรม ARPR แล้วให้กด ปุ่ม Open เลือกไฟล์ .rar ที่ติดรหัสขึ้นมาซึ่งพอเลือกแล้วมันจะ

ไปปรากฏที่อยู่ในช่อง Encrypted RAR-file


2. ตัวเลือกนี้จะเป็นการกำหนดวิธีในการในการค้นหารหัสผ่าน ซึ่งจะมี 3 แบบ คือ

- Brute-force วิธีนี้จะเป็นวิธีที่จะใช้การเกณฑ์ที่เรากำหนดเพื่อสุ่มยิงรหัสผ่านเข้าไปหารหัสที่ถูกต้อง

- Mask

- Dictionary วิธีนี้จะเป็นการค้นหารหัสผ่านจากฐานข้อมุลของโปรแกรม ซึ่งจะรวบรวมรหัสที่คนมักจะ

นำมาใช้บ่อยๆไว้


ในที่นี้จะเป็นการวิธีค้นหารหัสด้วย Brute-force ให้เลือก Brute-force


3. ให้เรากำหนดเกณฑ์ที่จะใช้ในการค้นหา ว่ารหัสผ่านที่เราตั้งไว้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ซึ่งถ้าคุณพอ

จำได้ว่าคุณใช้อะไรไปในการตั้งรหัส เช่น ตัวเลข กับ ตัวอักษรพิมพ์เล็กก็ใส่เครื่องหมายแค่ในช่อง All

small latin กับ All digits กำหนดให้น้อยที่สุดที่คิดว่าครอบคลุมในการหา เพื่อจะได้ประหยัดเวลาในการ

ค้นหา แต่ถ้าไม่รู้เลยว่ารหัสจะเป็นอะไรบ้างก็ให้กำหนดทั้งหมด

- All caps latin (A-Z) อักษร A-Z ตัวใหญ่

- All small latin (a-z) อักษร a-z ตัวเล็ก

- All digits (0-9) ตัวเลขทั้งหมด

- All special symbols อักขระพิเศษต่าง

- Space ช่องว่าง

- All printable เลือกใช้การค้นหาทั้งหมด


4. Custom symbol set: ในส่วนนี้จะเป็นการกำหนดจุดเริ่มต้นกับจุดจบของการค้นหา ถ้าเราพอจะทราบ

ว่ารหัสเริ่มต้นด้วยตัวอะไรก็กำหนดลงไปได้หรือไม่ทราบก็ปล่อยว่าง


5. ในแท๊ป Lenght นี้จะเป็นการกำหนดอักษรที่น้อยที่สุดที่จะเริ่มในการค้นหากับมากที่สุด เช่น คุณพอจะ

จำได้ว่ารหัสผ่านของคุณน่าจะมีความยาวอยู่ในช่วง 4-6 รหัสในช่อง

Minimal password lenght ก็กำหนดเป็น 4

Maxiimal password lenght ก็กำหนดเป็น 6


6. ในส่วนการกำหนดว่าจะให้บันทึกการค้นหาที่ทำไปแล้วทุกๆ กี่นาทีเพื่อที่ว่าบางครั้งการค้นหาใช้เวลา

นานมากเราก็จะสามารถมาค้นหาต่อจากการค้นหาครั้งที่แล้วได้โดยไม่ต้องเริ่มค้นหาใหม่ทั้งหมดโดยให้

ใส่เครื่องหมายถูกตรงช่อง Save project every …กี่นาทีก็กำหนดเอา


7. ตรงส่วน Priority options

- Background คือ ให้ทำงานแบบพื้นหลังไปโดยใช้ทรัพยากรไม่มากนัก เหมาะสำหรับว่าคุณทำงาน

บางอย่างอยู่ก็ให้โปรแกรมค้นหาไปด้วย

- High ให้ทำงานแบบเต็มที่ คือจะใช้กำลังการประมวลผลสูงสุด ถ้าใช้ตัวเลือกนี้เครื่องจะหน่วงมากคุณ

ไม่สามารถใช้งานโปรแกรมอื่นๆร่วมด้วยได้ แต่การค้นหาจะเร็วกว่าแบบ


8. คราวนี้ก็เริ่มค้นหากันเลย โดยกดปุ่ม Start ส่วนถ้าตอนไหนถ้าหากยังค้นหาไม่เสร็จ ต้องการหยุดให้กด

ปุ่มnStop จากนั้นก็กด Save เป็นไฟล์ซึ่งไฟล์นี้เราสามารถมา open จากโปรแกรมให้ทำการค้นหาต่อได้

ภายหลังได้

บทความที่น่าสนใจ :

About - แบ่งปันความรู้ให้เพื่อนๆ ทาง Social Network หากความรู้นี้เป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆ และท่านสามารถ Comment เสนอแนะความคิดเห็นของท่านลงในช่อง Comment ด้านล่างนี้ Thank You.

Leave a comment

XHTML: You can use these tags: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>

*