ถอดรหัสผ่านด้วย Password Recovery

สำหรับเทคนิคการสร้างความปลอดภัยและนิยมกันมากที่สุด ก็คือ การตั้งรหัสผ่าน หรือ
Password ซึ่งถือเป็นหลักการของความปลอดภัยเบื้องต้นที่ทุกคนเข้าใจและทำได้
และเนื่องจากการตั้งรหัสผ่านเป็นกระบวนการที่ทำกันได้ง่ายๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้กันใน
หลายๆ รูปแบบ ไม่เพียงแค่การใช้รหัสผ่านในการล็อกอินเพื่อเข้าระบบเท่านั้น
แต่ยังใช้สำหรับปกป้องไฟล์หรือข้อมูลต่างๆ เช่น ใส่รหัสผ่านให้กับไฟล์ ZIPหรือ RAR เพื่อ
ป้องกันข้อมูลภายใน ใส่รหัสผ่านให้กับไฟล์เอกสารอย่าง . doc หรือ . xls เพื่อป้องกันการแก้ไข
แต่อย่างไรก็ตาม การใส่รหัสผ่านให้กับเอกสารหรือข้อมูลต่างๆ นั้น แม้จะช่วยปกป้องเอกสาร
จากการขโมยได้ แต่อีกด้านหนึ่ง การใส่รหัสผ่านที่ซับซ้อนมากๆด้วยหวังว่าให้ข้อมูลภายใน
ปลอดภัยสุดๆ แต่ก็อาจเป็นดาบที่ย้อนกลับแทงใส่เจ้าของไฟล์ข้อมูลได้ เพราะถ้าหากคุณเกิด
ลืมรหัสผ่านที่อุตส่าห์ตั้งไว้อย่างซับซ้อนขึ้นมาล่ะก็เป็นเรื่อง
วันนี้มีวิธีที่จะถอดรหัสนั้นออกมา โดยใช้โปรแกรม Advanced RAR Password Recovery
ซึ่งในที่นี้จะเรียกย่อๆว่า ARPR
สำหรับการถอดรหัสโดยใช้ ARPR นั้นเวลาที่จะใช้ถอดรหัสจะเร็วหรือช้าขึ้นอยู่กับ เครื่องคอมพิว
เตอร์ของท่านว่าจะมีความเร็วในการประมวลผลมากแค่ไหน กับความยาวและความซับซ้อนของ
รหัสที่ตั้งไว้รหัสยิ่งยาวและซับซ้อนเวลาที่จะใช้ในการค้นหาก็จะยิ่งใช้มากตามไป ซึ่งหากรหัสยาว
และซ้อนมาก
อาจต้องใช้เวลาหลาย ชม. หลายวัน หลายเดือน หรือถึงปี นั่นก็้แล้วแต่คุณหละว่าจะอดทนรอได้
ถึงหรือเปล่าแต่สำหรับรหัสที่ไม่ยาวและซับซ้อนนักโปรแกรมนี้จะช่วยคุณหาได้ในเวลาไม่นาน
1. เข้าโปรแกรม ARPR แล้วให้กด ปุ่ม Open เลือกไฟล์ .rar ที่ติดรหัสขึ้นมาซึ่งพอเลือกแล้วมันจะ
ไปปรากฏที่อยู่ในช่อง Encrypted RAR-file
2. ตัวเลือกนี้จะเป็นการกำหนดวิธีในการในการค้นหารหัสผ่าน ซึ่งจะมี 3 แบบ คือ
- Brute-force วิธีนี้จะเป็นวิธีที่จะใช้การเกณฑ์ที่เรากำหนดเพื่อสุ่มยิงรหัสผ่านเข้าไปหารหัสที่ถูก
ต้อง
- Mask
- Dictionary วิธีนี้จะเป็นการค้นหารหัสผ่านจากฐานข้อมุลของโปรแกรม ซึ่งจะรวบรวมรหัสที่คน
มักจะนำมาใช้บ่อยๆไว้
ในที่นี้จะเป็นการวิธีค้นหารหัสด้วย Brute-force ให้เลือก Brute-force
3. ให้เรากำหนดเกณฑ์ที่จะใช้ในการค้นหา ว่ารหัสผ่านที่เราตั้งไว้ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ซึ่งถ้า
คุณพอจำได้ว่าคุณใช้อะไรไปในการตั้งรหัส เช่น ตัวเลข กับ ตัวอักษรพิมพ์เล็กก็ใส่เครื่องหมายแค่
ในช่อง All small latin กับ All digits กำหนดให้น้อยที่สุดที่คิดว่าครอบคลุมในการหา เพื่อจะได้
ประหยัดเวลาในการค้นหา แต่ถ้าไม่รู้เลยว่ารหัสจะเป็นอะไรบ้างก็ให้กำหนดทั้งหมด
- All caps latin (A-Z) อักษร A-Z ตัวใหญ่
- All small latin (a-z) อักษร a-z ตัวเล็ก
- All digits (0-9) ตัวเลขทั้งหมด
- All special symbols อักขระพิเศษต่าง
- Space ช่องว่าง
- All printable เลือกใช้การค้นหาทั้งหมด
4. Custom symbol set: ในส่วนนี้จะเป็นการกำหนดจุดเริ่มต้นกับจุดจบของการค้นหา ถ้าเราพอ
จะทราบว่ารหัสเริ่มต้นด้วยตัวอะไรก็กำหนดลงไปได้หรือไม่ทราบก็ปล่อยว่าง
5. ในแท๊ป Lenght นี้จะเป็นการกำหนดอักษรที่น้อยที่สุดที่จะเริ่มในการค้นหากับมากที่สุด เช่น
คุณพอจะจำได้ว่ารหัสผ่านของคุณน่าจะมีความยาวอยู่ในช่วง 4-6 รหัสในช่อง
Minimal password lenght ก็กำหนดเป็น 4
Maxiimal password lenght ก็กำหนดเป็น 6
6. ในส่วนการกำหนดว่าจะให้บันทึกการค้นหาที่ทำไปแล้วทุกๆ กี่นาทีเพื่อที่ว่าบางครั้งการค้นหา
ใช้เวลานานมากเราก็จะสามารถมาค้นหาต่อจากการค้นหาครั้งที่แล้วได้โดยไม่ต้องเริ่มค้นหาใหม่
ทั้งหมดโดยให้ใส่เครื่องหมายถูกตรงช่อง Save project every …กี่นาทีก็กำหนดเอา
7. ตรงส่วน Priority options
- Background คือ ให้ทำงานแบบพื้นหลังไปโดยใช้ทรัพยากรไม่มากนัก เหมาะสำหรับว่าคุณ
ทำงานบางอย่างอยู่ก็ให้โปรแกรมค้นหาไปด้วย
- High ให้ทำงานแบบเต็มที่ คือจะใช้กำลังการประมวลผลสูงสุด ถ้าใช้ตัวเลือกนี้เครื่องจะหน่วง
มากคุณไม่สามารถใช้งานโปรแกรมอื่นๆร่วมด้วยได้ แต่การค้นหาจะเร็วกว่าแบบ
8. คราวนี้ก็เริ่มค้นหากันเลย โดยกดปุ่ม Start ส่วนถ้าตอนไหนถ้าหากยังค้นหาไม่เสร็จ ต้องการ
หยุดให้กดปุ่ม Stop จากนั้นก็กด Save เป็นไฟล์ซึ่งไฟล์นี้เราสามารถมา open จากโปรแกรมให้
ทำการค้นหาต่อได้ภายหลังได้
